โดนแน่!มนุษย์ลุงใช้ไม้กอลฟ์ ฟาดรถชาวบ้านผิดฐานคุกคาม

นักกม.ชี้ มนุษย์ลุงหัวร้อนใช้ไม้กอลฟ์ฟาดรถชาวบ้าน ไม่ถือว่าถูกคนอื่นข่มเหงรุนแรง ที่จะนำมาอ้างสิทธิในการบันดาลโทสะได้ แถมยังต้องรับผิดฐานข่มเหงคุกคามผู้อื่นด้วย จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวีดีโอของผู้ใช้เฟซบุ๊ก เป็นภาพเหตุการณ์ขณะขับขี่รถยนต์บนท้องถนน ในพื้นที่จ.เชียงใหม่ จังหวะผู้ขับขี่กำลังเบี่ยงเข้าเลนจากด้านนอก แล้วมีรถยนต์ขับมาทางซ้ายทำให้ผู้ขับขี่ต้องบีบแตรเพื่อเตือนให้ระวัง

แต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายเกิดความไม่พอใจ ขับรถเข้ามาขวางก่อนเปิดประตูลงมาใช้ไม้กอล์ฟฟาดกระจกจนแตกกระจาย ก่อนจะมีเสียงเด็กร้องไห้ด้วยความตกใจ สุดท้ายฝ่ายผู้ขับขี่และหญิงสาวที่นั่งมาในรถ กลับต้องเป็นฝ่ายร้องขอให้ชายสูงวัยเลิกแล้วต่อกัน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.นายธนธร ทาคำฟู นักวิชาการด้านกฎหมาย ม.แม่ฟ้าหลวง กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า   การจะอ้างว่าการกระทำเป็นการทำผิดโดยบันดาลโทสะได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ผู้ขับรถ Fortuner ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และกระทำต่อผู้ขับรถอีกฝ่ายในขณะนั้น แต่ในการถูกบีบแตรเตือนให้ทราบว่าขับรถตัดหน้า แม้จะทำให้คุณลุงผู้ขับฟอร์จูนเนอร์เกิดความไม่พอใจ ถือว่าเป็นเพียงอารมณ์ฉุนเฉียวโมโหของลุงเองที่เกิดจากการไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ และตระหนักถึงวินัยในการจราจร ไม่ถือว่าลุงถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจากผู้ขับรถอีกฝ่ายที่จะก่อให้เกิดสิทธิ์ในการอ้างว่าบันดาลโทสะได้

นายธนธร กล่าวว่า  ดังนั้นการใช้ไม้กอล์ฟทุบไปที่กระจกรถของผู้อื่นจนเเตก ถือว่ามีความผิดในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ตามมาตรา 358 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และยังมีความผิดในข้อหารังแก ข่มเหง คุกคามผู้อื่นตามมาตรา 397 ด้วย  อนึ่งหากมีพฤติการณ์ที่หลังจากได้ใช้ไม้กอล์ฟทุบกระจกรถจนแตกแล้ว ลุงยังมีท่าทีจะก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ที่อยู่ในรถซึ่งมีเด็กและภรรยาอีกด้วย ก็จะต้องรับผิดในข้อหาพยายามทำร้ายร่างกายอีกกรณีหนึ่ง แต่เมื่อไม่ได้ใช้ไม้กอล์ฟฟาดตีหรือใช้กำลังทำร้ายต่อไป จึงเป็นกรณียับยั้งเสียเองไม่กระทำการไปให้ตลอด จึงได้รับผลตามมาตรา 82 ไม่ต้องรับผิดในข้อหาพยายามทำร้ายร่างกาย แต่ยังคงต้องรับผิดฐานข่มเหงคุกคามตาม มาตรา 397 ที่กล่าวไว้ข้างต้น เพราะเป็นกรณีที่การกระทำนั้นต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าเป็นความผิดฐานข่มเหงคุกคามแล้ว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews