พิพิธภัณฑ์เรือไทย

เพราะความรักเป็นแรงผลักดันให้อาจารย์ไพฑูรย์ ขาวมาลา ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาวาดเขียน การเขียนแบบและการต่อเรือจากโรงเรียนช่างต่อเรือตัดสินใจขายที่นาเพื่อนำเงินมา “ปลูกบ้านให้เรืออยู่” และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่เกิดจากการเสียสละแรงกาย แรงใจของคน ๆ หนึ่ง ที่ผูกพันกับสายน้ำและเรือมาชั่วชีวิต จึงมุ่งหวังจะอนุรักษ์เรือรูปแบบต่าง ๆ ให้คนรุ่นหลังได้ประจักษ์ในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษแม้ในวันที่ถนนและรถเข้ามาแทนที่

จนเรือและน้ำไม่ได้เป็นเส้นเลือดหลักของคนไทยดังเช่นวันวานแล้วก็ตาม อาจารย์ไพฑูรย์ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์เรือไทยขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2537 โดยใช้พื้นที่ในบริเวณบ้านของตนเองจัดแสดงเรือชนิดต่าง ๆ ที่เก็บสะสมไว้ มีอาคารเรือโบราณเป็นพื้นที่จัดแสดงหลัก ภายในมีเรือโบราณมากมาย เช่น เรือชะล่าไม้สัก ยาว 8.5 เมตร เรือมาดประทุน เรือมาดเก๋งที่ขุดจากไม้ตะเคียนทั้งต้น เรือหมู เรือพายม้า เรือขุดที่มีความอ่อนช้อยสวยงาม เรือบดเกล็ดซึ่งเคยคว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวดที่งานประจำปีของอยุธยามาแล้ว จนถึงเรือโปงตาลที่ขุดจากต้นตาลขนาดยักษ์ทั้งต้น ประกอบกับนิทรรศการถาวร ให้ความรู้เกี่ยวกับเรือไทย ภาพเขียนเรือฝีมือของอาจารย์และแผนที่อยุธยาในอดีต แสดงตำแหน่งสถานที่สำคัญ ตลอดจนเส้นทางน้ำ ซึ่งเป็นต้นฉบับจริงจากการสำรวจของคุณเคน เมย์ ชาวอเมริกัน ที่สนใจประวัติศาสตร์ของอยุธยาและรักการเดินทางโดยเรือเป็นพิเศษ ถัดมาคืออาคารทรงไทยทำด้วยไม้สักทอง ซึ่งจะได้ชมเรือจำลองฝีมืออาจารย์ไพฑูรย์กันอย่างจุใจ เช่น เรือพระราชพิธีจำลอง ที่มีตั้งแต่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นต้น ภายในห้องแสดงนี้ยังมีภาพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะทรงสร้างเรือด้วยพระองค์เอง นอกนั้นคือเรือสำเภา เรือเมล์ เรือยนต์ และเรือพื้นบ้านจำลองของไทยทุกชนิด รวมทั้งจัดแสดงเครื่องมือที่ใช้ในการต่อเรือในอดีตซึ่งใช้มือทำล้วน ๆ เช่น ขวาน ผึ่ง สว่าน โฉเฉ เลื่อยลันดาและเลื่อยช้อน เป็นต้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand